All-New Lexus ES เปิดเกมใหม่! BEV 3.29 ล้าน!

All-New Lexus ES เปิดเกมใหม่ซีดานหรู! BEV 3.29 ล้าน ถูกกว่า Hybrid 6 แสนบาท

Lexus ประเทศไทย เปิดตัว The All-New Lexus ES เจเนอเรชันที่ 8 พลิกโฉมซีดานผู้บริหารครั้งใหญ่ เปิดพร้อมกัน 2 ทางเลือกทั้ง ES 350e รถไฟฟ้า BEV ราคา 3.29 ล้านบาท และ ES 350h Hybrid ราคา 3.89 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ “รุ่นไฟฟ้าถูกกว่าไฮบริดถึง 600,000 บาท” สะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของ Lexus ที่ต้องการดันรถไฟฟ้าเข้าสู่ตลาด Premium Executive Sedan อย่างจริงจัง

-เลกซัส กรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัว The All-New Lexus ES เจเนอเรชันที่ 8 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Experience Elegant and Electrified Sedan” โดย ES รุ่นใหม่นับเป็นรถยนต์ BEV รุ่นที่ 2 ของ Lexus และเป็น ซีดานไฟฟ้า BEV รุ่นแรกของแบรนด์ Lexus พร้อมวางระบบขับเคลื่อน 2 รูปแบบ ได้แก่ Hybrid เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร และ BEV ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

-สำหรับ Lexus ES ถือเป็นรถยนต์ที่มีความสำคัญต่อแบรนด์อย่างมาก รุ่นแรกเปิดตัวพร้อมกับ Lexus LS ตั้งแต่ปี 1989 โดยมีจุดขายสำคัญคือความเงียบ ความนุ่มนวล และพื้นที่โดยสารด้านหลัง ส่วนประเทศไทยเริ่มทำตลาด Lexus ES ตั้งแต่ปี 2537 และได้รับความนิยมโดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริหารและลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายมากกว่าความสปอร์ต

-ราคาไทย จุดเปลี่ยนสำคัญของ Lexus ES

The All-New Lexus ES เปิดตัวในประเทศไทย 2 รุ่น ได้แก่

Lexus ES 350e Premium – BEV ราคา 3,290,000 บาท

Lexus ES 350h Grand Luxury – Hybrid ราคา 3,890,000 บาท

ES 350e BEV มีราคาต่ำกว่า ES 350h Hybrid ถึง 600,000 บาท หรือประมาณ 15.4%

-ตัวรถใหญ่ขึ้นชัดเจน — ความยาวทะลุ 5.1 เมตร

ความยาว 5,140 มม.
ความกว้าง 1,920 มม.
ความสูงประมาณ 1,555–1,560 มม.
ฐานล้อ 2,950 มม.

เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม Lexus ระบุว่าตัวรถยาวขึ้น 165 มม., กว้างขึ้น 55 มม., สูงขึ้นประมาณ 110–115 มม. และฐานล้อยาวขึ้นถึง 80 มม.

ตัวเลขนี้มีความหมายมากกว่าการทำให้รถ “ดูใหญ่” เพราะฐานล้อ 2,950 มม. ช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร โดยเฉพาะบริเวณเบาะหลัง ซึ่งถือเป็นหัวใจของรถกลุ่ม Executive Sedan

Lexus ยังปรับตำแหน่งการนั่งให้สูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม ส่งผลให้การเข้า-ออกตัวรถสะดวกขึ้น และเป็นแนวทางที่น่าสนใจในยุคที่ลูกค้าจำนวนมากคุ้นเคยกับ SUV แล้ว การทำซีดานให้ขึ้น-ลงง่ายกว่าเดิมจึงช่วยลดข้อเสียเปรียบเมื่อเทียบกับรถ SUV ได้ส่วนหนึ่ง

ES 350e — ซีดานไฟฟ้าคันแรกของ Lexus

รุ่นที่น่าจับตามากที่สุดคือ ES 350e Premium ราคา 3.29 ล้านบาท

สำหรับสเปกประเทศไทย เอกสารเปิดตัวยืนยันว่าเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า BEV แต่ยังไม่ได้ระบุตัวเลขความจุแบตเตอรี่ กำลังมอเตอร์ ระยะทางวิ่ง และความเร็วในการชาร์จไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์ฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม หากอ้างอิงข้อมูลทางเทคนิคอย่างเป็นทางการของ Lexus ในตลาดต่างประเทศ ES 350e ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังประมาณ 224 PS และทำอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ประมาณ 8.0 วินาที โดยข้อมูลรุ่นที่จำหน่ายในญี่ปุ่นระบุระยะทางประมาณ 670 กม. ตามมาตรฐาน WLTC เมื่อใช้ล้อ 19 นิ้ว และรองรับ DC Fast Charge 150 kW ซึ่งสามารถชาร์จประมาณ 10–80% ได้ในเวลาราว 28 นาทีภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด

ส่วนข้อมูล Lexus USA ระบุความจุแบตเตอรี่ของ ES 350e ไว้ที่ 74.7 kWh ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหน้า และระยะ EPA สูงสุดประมาณ 307 ไมล์ หรือราว 494 กม. เมื่อใช้ล้อ 19 นิ้ว โดยรองรับ AC สูงสุด 11 kW และ DC Fast Charge สูงสุด 150 kW

หมายเหตุ: ตัวเลขแบตเตอรี่ ระยะทาง กำลัง และการชาร์จข้างต้นเป็นข้อมูลรถต่างประเทศ จึงควรรอ Lexus Thailand ยืนยันรายละเอียด Specification ประเทศไทยอีกครั้งก่อนนำไปใช้เป็นตัวเลขสเปกไทยอย่างเป็นทางการ

ES 350h — Hybrid 2.5 ลิตร สำหรับคนที่ยังไม่ต้องการเปลี่ยน!

อีกทางเลือกคือ ES 350h Grand Luxury ราคา 3.89 ล้านบาท ใช้ระบบ Hybrid เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร เจเนอเรชันใหม่ ซึ่ง Lexus ประเทศไทยยืนยันว่าเป็นอีกหนึ่งระบบขับเคลื่อนหลักของ ES ใหม่

หากอ้างอิง ES 350h สเปกญี่ปุ่น ระบบ Hybrid 2.5 ลิตรให้กำลังรวมสูงสุดประมาณ 248 PS รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าสามารถทำ 0–100 กม./ชม. ได้ประมาณ 7.7 วินาที และมีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน WLTC ประมาณ 25.4 กม./ลิตร

ข้อมูล Lexus USA ระบุว่าระบบ Hybrid เจเนอเรชันที่ 6 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์ e-CVT โดยรุ่น FWD มีอัตราสิ้นเปลือง EPA Combined 46 mpg หรือประมาณ 19.6 กม./ลิตร ตามวิธีการทดสอบของสหรัฐฯ

ความแตกต่างของตัวเลข WLTC ญี่ปุ่นและ EPA สหรัฐฯ แสดงให้เห็นชัดว่า ไม่ควรนำตัวเลขจากต่างมาตรฐานมาเปรียบเทียบตรงๆ และตัวเลขใช้งานจริงในประเทศไทยยังขึ้นกับความเร็ว เส้นทาง อุณหภูมิ การจราจร และรูปแบบการขับขี่

-ทำไม Hybrid ถึงแพงกว่า BEV ถึง 600,000 บาท?

ราคาที่ต่างกันไม่ได้หมายความว่า Hybrid “ด้อยกว่าแต่แพงกว่า” เพราะรุ่นที่ Lexus ประเทศไทยเลือกมาจำหน่ายเป็นคนละระดับอุปกรณ์

ES 350e ใช้ชื่อรุ่น Premium ขณะที่ ES 350h เป็น Grand Luxury ดังนั้นส่วนต่าง 600,000 บาทจึงมีองค์ประกอบเรื่องระดับอุปกรณ์และการตกแต่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ความแตกต่างของระบบขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว

แต่ในแง่ยุทธศาสตร์ ราคานี้ยังส่งสัญญาณชัดว่า Lexus ต้องการทำให้ BEV เข้าถึงง่ายขึ้น

ลูกค้าที่มีบ้านและติดตั้ง Wallbox ได้ มีเส้นทางใช้งานค่อนข้างแน่นอน และขับรถในเมืองเป็นหลัก จะเริ่มเห็นเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ของ ES 350e ได้ง่ายกว่าเดิม เพราะ จ่ายค่าตัวเริ่มต้นน้อยกว่า Hybrid ถึง 600,000 บาท และมีโอกาสได้ต้นทุนพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่าหากชาร์จไฟที่บ้านเป็นหลัก

ในทางกลับกัน สำหรับผู้บริหารที่ต้องเดินทางต่างจังหวัดเป็นประจำ วิ่งระยะทางยาว ตารางงานไม่แน่นอน หรือไม่ต้องการวางแผนสถานีชาร์จ ES 350h ยังมีจุดแข็งสำคัญคือเติมน้ำมันแล้วเดินทางต่อได้ทันที

นี่ทำให้ Lexus ไม่ได้บังคับลูกค้าให้เลือกว่า “อนาคตต้องเป็น EV เท่านั้น” แต่ใช้แนวคิด Multi-Pathway คือให้ผู้ซื้อเลือกระบบขับเคลื่อนตามรูปแบบการใช้ชีวิตจริง

-กลุ่มเป้าหมาย ES 350e — ผู้บริหารยุคใหม่ บ้านมีที่ชาร์จ และอยากเข้าสู่ EV แบบไม่ต้องลดระดับแบรนด์

กลุ่มแรกที่น่าสนใจคือ เจ้าของกิจการและผู้บริหารอายุประมาณ 35–55 ปี ที่ต้องการรถระดับ Luxury แต่ไม่ต้องการภาพลักษณ์สปอร์ตจัด

กลุ่มนี้ใช้รถในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก มีบ้านเดี่ยวหรือคอนโดที่รองรับการชาร์จ และอาจมีรถมากกว่า 1 คันอยู่แล้ว

ES 350e จะตอบโจทย์มาก เพราะสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการไม่ได้มีเพียงแรงม้า แต่คือ ความเงียบ ความนุ่ม พื้นที่โดยสาร ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และต้นทุนการใช้งาน

อีกกลุ่มคือเจ้าของ Lexus/Toyota เดิมที่ต้องการเข้าสู่ BEV แต่ยังไม่อยากเปลี่ยนไปใช้แบรนด์ EV หน้าใหม่

ราคา 3.29 ล้านบาททำให้ ES 350e อยู่ในระดับที่ลูกค้ากลุ่ม Premium สามารถเปรียบเทียบกับรถยุโรปและรถไฟฟ้าหรูได้โดยตรง

-กลุ่มเป้าหมาย ES 350h — ผู้บริหารเดินทางไกลและลูกค้า Lexus แบบดั้งเดิม

ES 350h ราคา 3.89 ล้านบาทจะเหมาะกับลูกค้าอีกประเภทหนึ่ง

คือคนที่ ต้องการความสะดวกสูงสุดในการเดินทาง ไม่ต้องการคิดเรื่องสถานีชาร์จ และเดินทางต่างจังหวัดบ่อย

รวมถึงเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง บริษัทที่จัดรถประจำตำแหน่ง และลูกค้า Lexus ES เดิม ซึ่งคุ้นเคยกับคาแรกเตอร์ Hybrid ที่เน้นความเงียบและประหยัด

ที่สำคัญคือ ES 350h ที่ไทยเลือกมาเป็นรุ่น Grand Luxury จึงมีโอกาสจับลูกค้าที่เน้นการนั่งเบาะหลังและความหรูหรามากกว่าลูกค้าที่มองหาค่าตัวเริ่มต้นต่ำที่สุด

-เทคโนโลยีใหม่ — Lexus Safety System+ 4.0

The All-New ES เปลี่ยนมาใช้ Lexus Safety System+ 4.0 พร้อมเทคโนโลยีใหม่ภายใน เช่น Hidden Switches, Electro-Shiftmatic, Multimedia เจเนอเรชันใหม่ และระบบเครื่องเสียง Mark Levinson™ ตามรายละเอียดที่ Lexus Thailand เปิดเผย

ในตลาดต่างประเทศ Lexus ระบุว่ารถรุ่นใหม่นี้ใช้จอข้อมูลผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว และจอ Multimedia ระบบ Lexus Interface ขนาด 14 นิ้ว

ด้านงานออกแบบเปลี่ยนมาใช้แนวทาง Spindle Body เจเนอเรชันใหม่ พร้อมไฟหน้า Twin L Signature Lamp และไฟท้าย Slim Light Bar ขณะที่ภายในใช้แนวคิด Clean Tech and Elegant เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่งและเรียบง่ายขึ้น

-เจาะตลาดเพิ่มทางเลือกกลุ่มเป้าหมายหลัก!

ในอดีตผู้ซื้อรถ Executive Sedan ระดับ 3–4 ล้านบาท มักเริ่มต้นการตัดสินใจจากแบรนด์เยอรมัน โดยเฉพาะ BMW 5 Series และ Mercedes-Benz E-Class

ES ใช้วิธีแข่งขันต่างออกไปมาตลอด คือไม่เน้นความสปอร์ตสูงสุด แต่ขาย ความเงียบ ความนุ่ม ความสบาย และประสบการณ์การเป็นเจ้าของ

ES เจเนอเรชันที่ 8 เพิ่มอาวุธใหม่เข้ามาอีกอย่าง นั่นคือ การมีทั้ง Hybrid และ BEV อยู่ในตัวถังเดียวกัน

ลูกค้าไม่ต้องเลือกแบรนด์จากระบบขับเคลื่อนอีกต่อไป

อยากใช้ไฟฟ้า — ES 350e

ยังไม่พร้อมกับ EV — ES 350h

นี่คือจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เพราะ Lexus สามารถรักษาลูกค้ากลุ่มเดิมเอาไว้ พร้อมดึงกลุ่มใหม่เข้าสู่ BEV ในเวลาเดียวกัน

-ราคา 3.29 ล้านบาท “น่าสนใจไหม?”

ถ้ามองเฉพาะตัวเลข คู่แข่งมอเตอริ่งประเมินว่า 3.29 ล้านบาท เป็นราคาที่น่าสนใจมากกว่าที่หลายคนคาดสำหรับ Lexus ES ไฟฟ้ารุ่นใหม่

เหตุผลข้อแรก รถมีความยาวถึง 5.14 เมตร ฐานล้อ 2.95 เมตร ซึ่งเป็นมิติของรถ Executive Sedan ขนาดใหญ่

เหตุผลข้อสอง ราคาถูกกว่า Hybrid ในโชว์รูมเดียวกันถึง 600,000 บาท

เหตุผลข้อสาม ES 350e ราคา 3.29 ล้านบาท อยู่ไม่ไกลจาก Lexus NX ซึ่งปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นประมาณ 3.31 ล้านบาท และอยู่ระหว่างราคา RZ 350e ที่ 2.99 ล้านบาทกับ RZ 500e Premium AWD ที่ 3.49 ล้านบาท

-โปรโมชั่นเปิดตัว

สำหรับลูกค้าที่ซื้อ The All-New Lexus ES ระหว่าง 13–31 สิงหาคม 2569 Lexus มอบแพ็กเกจ Lexus Exclusive Package หรือ LXP แบบ Standard มูลค่า 50,000 บาท

ครอบคลุมค่าแรงเช็กระยะเพิ่มเติมจาก 60,000 กม. ถึง 100,000 กม. หรือ 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน พร้อมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงตลอด 5 ปี

-ตัวรถมีสีภายนอกให้เลือก 7 สี ได้แก่ White Nova Glass Flake, Sonic Iridium, Graphite Black Glass Flake, Sonic Titanium, Sonic Chrome, Sonic Copper และสีใหม่ SOU พร้อมสีภายใน Hazel และ Black

KKM : รายงาน / The All-New Lexus ES ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโฉม ES แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทของรถรุ่นนี้ในตลาด จากเดิมที่ ES เป็น “ซีดานหรู Hybrid ทางเลือกของรถยุโรป” วันนี้ Lexus กำลังทำให้ ES กลายเป็นรถที่เชื่อมลูกค้าจากยุค Hybrid ไปสู่ยุค BEV และการเดิมพันครั้งสำคัญอยู่ที่ราคาES 350e Premium — 3.29 ล้านบาท ES 350h Grand Luxury — 3.89 ล้านบาท ส่วนต่าง 600,000 บาท ทำให้ลูกค้าไม่ได้ถามเพียงว่า “พร้อมใช้ EV หรือยัง”แต่ต้องกลับมาคิดใหม่ว่า ถ้ามีที่ชาร์จที่บ้าน และใช้งานในเมืองเป็นหลัก การจ่ายเพิ่มอีก 600,000 บาท เพื่อเลือก Hybrid ยังจำเป็นหรือไม่?

-ในทางตรงกันข้าม หากเป็นคนเดินทางไกลตลอดเวลา ไม่มีที่ชาร์จประจำ และต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงสุด เงิน 600,000 บาทที่เพิ่มขึ้นของ ES 350h ก็อาจเป็นราคาของ “ความสะดวกและความมั่นใจ” ที่ลูกค้ากลุ่มนี้ยอมจ่าย นี่จึงเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจ เพราะครั้งนี้ไม่ได้มีเพียง Lexus ปะทะ BMW หรือ Mercedes-Benz แต่เป็นการแข่งขันระหว่าง “Lexus ES ไฟฟ้า” กับ “Lexus ES Hybrid” ในโชว์รูมเดียวกันเอง และอาจเป็นบททดสอบสำคัญว่า ผู้ซื้อรถหรูในประเทศไทย พร้อมเปลี่ยนจาก Hybrid ไปสู่ BEV เร็วแค่ไหน ในช่วงราคาประมาณ 3 ล้านบาทต้นๆ

 

Previous Article

“๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้”

Next Article

Honda Super-ONE กระแสแรง! ยอดจองสิทธิ์ทะลุ 300 ใน 5 นาที!!!

You might be interested in …

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น “AWC” เตรียมติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere

( 29-11-2021 ) แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น “AWC” เตรียมติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere พร้อมบริการรถยนต์ไฟฟ้าจาก HAUP 1 ธ.ค.นี้ #AssetWorldCorporation #AWC #EAAnywhere #HAUP #CarSharing #EmpireTower […]

THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e

( 14-11-2025 ) “มาสด้า” เตรียมเปิดตัว พร้อมรับจองสิทธ์ THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e รถยนต์ไฟฟ้าครั้งแรกในงาน MOTOR EXPO 2025 !! – […]