“BENZ” FLEX Mobility Campaign!!!

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยยอดขาย BEV ไทยครึ่งปีแรกโตกว่า 130% เปิดเกมใหม่ FLEX Mobility Campaign พลิกโฉมประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (Battery Electric Vehicle: BEV) ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 130% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมเดินหน้าตอกย้ำบทบาท Mobility Solutions Provider เปิดตัว FLEX Mobility Campaign ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “Flex to fit you” พร้อมรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ด้านการเงินและบริการหลังการขายครั้งใหญ่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่

BEV โตแรง รับอานิสงส์ The all-new electric CLA

ผลประกอบการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ในช่วงครึ่งปีแรกปี 2569 มียอดจดทะเบียนสะสม 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน โดยจุดเด่นอยู่ที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ซึ่งเติบโตมากกว่า 130%

แรงส่งสำคัญมาจาก The all-new electric CLA ที่สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 300 คัน ภายในเวลาเพียง 2 เดือน และมียอดจองสะสมแล้วกว่า 1,350 คัน ขณะที่โรงงานประกอบของกลุ่มธนบุรี (Thonburi Group) มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 100-200 คันต่อเดือน พร้อมใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงที่ผลิตในประเทศไทยจากความร่วมมือกับบริษัท Power Tech Energy Solutions

รถหรูทุกเซกเมนต์เติบโตต่อเนื่อง

นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเผยตัวเลขการเติบโตของกลุ่มรถยนต์ระดับบนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • Mercedes-Maybach เติบโต 83%
  • G-Class เติบโต 100%
  • Plug-in Hybrid (PHEV) เติบโต 34%
  • Sprinter เติบโต 83%
  • V-Class เติบโต 14%

สะท้อนว่าความต้องการรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยยังแข็งแกร่ง แม้ตลาดรถยนต์โดยรวมยังเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

เปิดตัว FLEX Mobility Campaign!!!

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว FLEX Mobility Campaign ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ในการออกแบบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเน้นความยืดหยุ่นในทุกช่วงของการใช้งาน

ภายใต้แคมเปญนี้ บริษัทได้รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายใหม่ ประกอบด้วย

  • StarProtection ประกันภัยชั้น 1
  • StarCare โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะ
  • StarGuarantee โปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์

ลูกค้าสามารถเลือกซื้อเป็นแพ็กเกจได้ตั้งแต่

  • 1 รายการ ราคา 3,000 บาท/เดือน
  • 2 รายการ ราคา 5,000 บาท/เดือน
  • Full Package ครบทั้ง 3 รายการ เพียง 6,000 บาท/เดือน ตลอดสัญญา 3-5 ปี ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 400,000 บาท เมื่อเทียบกับการซื้อบริการในราคาปกติ

รถ 8 รุ่นแรกเข้าร่วมโครงการ

เฟสแรกของ FLEX Mobility Campaign ครอบคลุมรถยนต์ 8 รุ่น ได้แก่

เงินดาวน์ 500,000 บาท

  • GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition)
  • The all-new electric CLA
  • C 220 d AMG Line (Night Edition)
  • C 350 e AMG Dynamic (Night Edition)

เงินดาวน์ 750,000 บาท

  • E 220 d AMG Line
  • E 350 e AMG Dynamic
  • E 350 e Exclusive
  • GLC 350 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic

แคมเปญจะเริ่มตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

มั่นใจครึ่งปีหลังยังโตต่อ

มร.คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกสะท้อนความสำเร็จของการขยายผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า และกลยุทธ์ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity)

ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งกลุ่ม BEV และ Top-End Vehicle พร้อมเดินหน้าพัฒนาแนวคิด Retail of the Future และสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ลูกค้าสามารถออกแบบได้ด้วยตนเอง ผ่านแนวคิด Pre-FLEX, We-FLEX และ Re-FLEX ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การเลือกแพ็กเกจ การใช้รถ ไปจนถึงทางเลือกเมื่อครบสัญญา ทั้งการคืนรถ รีไฟแนนซ์ หรือโอนกรรมสิทธิ์

KKM.รายงาน / แม้ตลาดรถยนต์ไทยปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อ แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถสร้างการเติบโตของ BEV ได้มากกว่า 130% สะท้อนว่ากลุ่มลูกค้ารถยนต์ระดับพรีเมียมยังตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น The all-new electric CLA ที่กลายเป็นหัวหอกสำคัญของแบรนด์

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การแข่งขันของตลาดรถหรูเริ่มเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน “ตัวรถ” ไปสู่การแข่งขันด้าน Mobility Ecosystem หรือระบบบริการครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจการเงิน ประกันภัย การบำรุงรักษา และการรับประกัน ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

FLEX Mobility Campaign จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญส่งเสริมการขาย แต่เป็นการวางโมเดลธุรกิจใหม่ที่เน้น “ประสบการณ์การเป็นเจ้าของ” มากกว่าการขายรถเพียงอย่างเดียว และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยในอนาคต หากได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

Previous Article

TOP 10 รถใหม่! น่าซื้อปลายปี 2026

You might be interested in …

“สุขสวัสดิ์ แสงมรกต” แชมป์ ISUZU CUB คว้าชัยในศึก THAI FIGHT !!!

( 03-11-2023 ) “สุขสวัสดิ์ แสงมรกต” คว้าชัยใน THAI FIGHT เศรษฐีเรือทอง พร้อมลุยต่อในรอบรองชนะเลิศ 26 พ.ย. นี้  -อีซูซุเปิดศึกการแข่งขันมวยไทยโลก “THAI […]