( 15-09-2026 ) “GWM” เปิดแพ็กเกจ ใหม่! ขยายรับประกันแบตเตอรี่ ORA 5 EV แบตฯ 10 ปี / 220,000 กม.!!!
-ตลาด EV แข่งกันไม่ใช่แค่ “ลดราคา” แล้ว! GWM เปิดแพ็กเกจขยายการรับประกัน GWM ORA 5 EV จากเดิม 8 ปี/180,000 กม. เป็นสูงสุด 10 ปี/220,000 กม. ราคา 6,500 บาท พร้อมให้สิทธิ์ความคุ้มครองติดไปกับตัวรถและส่งต่อเจ้าของใหม่ได้ หวังลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่ระยะยาวและช่วยพยุงมูลค่ารถ EV มือสอง
GWM (Thailand) เดินเกมบริการหลังการขายรับการแข่งขันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยการเปิดแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันสำหรับ GWM ORA 5 EV โดยไฮไลท์สำคัญคือการขยายความคุ้มครองแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจากมาตรฐานเดิม 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร เป็นสูงสุด 10 ปี หรือ 220,000 กิโลเมตร ในราคา 6,500 บาท รวม VAT


ไม่ได้คุ้มครองเฉพาะ “แบตเตอรี่”
จุดที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดคือ แพ็กเกจ 10 ปี/220,000 กม. ครอบคลุมชิ้นส่วนสำคัญของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 3 รายการ ได้แก่ แบตเตอรี่แรงดันสูง + มอเตอร์ขับเคลื่อน + ชุดควบคุมมอเตอร์โดยใช้เงื่อนไข 10 ปี หรือ 220,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน นี่ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะสิ่งที่ผู้ใช้ EV จำนวนไม่น้อยกังวลหลังพ้นระยะรับประกัน ไม่ได้มีเพียงตัวแบตเตอรี่ แต่รวมถึงอุปกรณ์ราคาแพงในระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วย
เพิ่มอีก 10,000 บาท ขยายประกันตัวรถเป็น 8 ปี
GWM ยังมีแพ็กเกจอีกชุดราคา 10,000 บาท สำหรับขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์จากเดิม 5 ปี/150,000 กม. เป็น 8 ปี/200,000 กม.ครอบคลุมระบบสำคัญ 8 ระบบ ได้แก่ ระบบระบายความร้อน ชุดเพลาหน้าและท้าย ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ระบบบังคับเลี้ยว ระบบความปลอดภัย ระบบปรับอากาศ และระบบชาร์จไฟฟ้า แต่แพ็กเกจนี้ ไม่รวมแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ เพราะอุปกรณ์ทั้ง 3 รายการอยู่ในแพ็กเกจขยายประกันแบตเตอรี่แยกต่างหาก
ดังนั้น หากลูกค้ามีสิทธิ์และเลือกซื้อทั้งสองแพ็กเกจ ค่าใช้จ่ายรวมจะอยู่ที่ 16,500 บาท เพื่อขยายความคุ้มครองทั้งฝั่งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและระบบสำคัญของตัวรถตามเงื่อนไขของแต่ละแพ็กเกจ
จุดน่าสนใจ — “ประกันติดรถ” ขายต่อเจ้าของใหม่ได้
อีกจุดสำคัญของ GWM คือ ความคุ้มครองตามแพ็กเกจ ผูกติดกับตัวรถและสามารถส่งต่อไปยังผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์คนใหม่ได้ รวมถึงไม่มีการจำกัดระยะทางการขับต่อปี แต่เจ้าของรถต้องเข้ารับการบำรุงรักษาตามระยะและใช้อะไหล่แท้ที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ GWM จุดนี้น่าสนใจในเชิงเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องรับประกันเพียงอย่างเดียว เพราะหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของตลาด EV คือ ราคาขายต่อ
-รถ EV อายุ 5–7 ปีที่ยังเหลือการรับประกันแบตเตอรี่ และระบบขับเคลื่อน และสามารถโอนสิทธิ์ให้เจ้าของรายต่อไปได้ ย่อมมี “แต้มต่อ” ในตลาดมือสองมากกว่ารถที่ความคุ้มครองกำลังหมดหรือหมดไปแล้ว
แต่ไม่ใช่ ORA 5 EV ทุกคันซื้อได้ทันที
ตรงนี้ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบ รถที่จะเข้าร่วมต้องเป็น GWM ORA 5 EV รถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้งานในประเทศไทย อายุไม่เกิน 1 ปี หรือระยะทางสะสมไม่เกิน 15,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน รถต้องไม่ผ่านการดัดแปลงระบบไฟฟ้าหรือระบบขับเคลื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีประวัติอุบัติเหตุร้ายแรง น้ำท่วม หรือไฟไหม้ และต้องมีประวัติบำรุงรักษาครบตามที่บริษัทกำหนด ขณะที่ความเสื่อมสภาพตามปกติ อุบัติเหตุ การใช้งานผิดประเภท และการละเลยการบำรุงรักษาไม่อยู่ในความคุ้มครอง
KKM รายงาน : สงคราม EV กำลังย้ายจาก “ลดราคา” ไปสู่ “ใครดูแลนานกว่า” นี่คือจุดที่ข่าวนี้น่าสนใจ ช่วงแรกของสงคราม EV ไทย ค่ายรถแข่งขันกันด้วย ราคา ส่วนลด ดอกเบี้ย และของแถม แต่เมื่อรถ EV ในตลาดเริ่มมีอายุมากขึ้น คำถามของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปเป็น
แบตฯ อยู่ได้กี่ปี? ถ้าเสียใครจ่าย? หมดประกันแล้วค่าซ่อมเท่าไร? และขายต่อจะเหลือราคาแค่ไหน?
การขายแพ็กเกจเพิ่มเพียง 6,500 บาท เพื่อขยายความคุ้มครองระบบสำคัญไปถึง 10 ปี/220,000 กม. จึงเป็นเกมที่ GWM พยายามลด “ความเสี่ยงในใจผู้ซื้อ” มากกว่าการลดราคารถตรงๆ และการให้ความคุ้มครอง ส่งต่อเจ้าของใหม่ได้ ยิ่งทำให้แพ็กเกจนี้มีผลต่อภาพตลาดรถ EV มือสองในอนาคต
-GWM ระบุว่าปัจจุบันมี GWM Partner Store มากกว่า 71 แห่งทั่วประเทศ และเปิดให้ลูกค้าที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขตรวจสอบสิทธิ์ซื้อแพ็กเกจได้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
6,500 บาท ซื้อความอุ่นใจเพิ่มอีก 2 ปี/40,000 กม. คุ้มไหม?
ถ้ามองเฉพาะจำนวนปี อาจดูไม่หวือหวา แต่เมื่อความคุ้มครองครอบคลุม แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ และชุดควบคุมมอเตอร์ พร้อมโอนสิทธิ์ให้เจ้าของใหม่ได้ เกมนี้น่าสนใจกว่าตัวเลข 6,500 บาทมาก เพราะในระยะยาว สงคราม EV อาจไม่ได้ตัดสินกันว่า “ใครขายถูกที่สุด” แต่เป็น “ซื้อแล้วใครกล้ารับประกันให้เรานานที่สุด”
