( 18-08-2026 ) “GWM” เตรียมเปิดตัวพร้อมราคา NEW TANK 500 3.0T DIESEL – Power Beyond Limits 21 สิงหาคมนี้ ในงาน BIG MOTOR SALE 2026
GWM ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL – Power Beyond Limits อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมประกาศราคาจำหน่ายในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30–11.50 น. ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ครั้งที่ 13 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
การมาของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ GWM ในตลาดรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพราะครั้งนี้ไม่ได้เพิ่มเพียงทางเลือกเครื่องยนต์ แต่เป็นการขยับ TANK 500 ให้มีสมรรถนะเข้าใกล้กลุ่ม Premium PPV และ SUV ดีเซลระดับบนมากขึ้น โดย GWM วางแนวคิดของรถรุ่นนี้ไว้ที่คำว่า “Power Beyond Limits” เน้นกำลัง แรงบิด การเดินทางไกล และความสามารถแบบออฟโรดควบคู่ความหรูหรา
ขุมพลัง 3.0T Diesel จุดเปลี่ยนสำคัญของ TANK 500
สเปกที่มีการเปิดเผยในต่างประเทศระบุว่า NEW TANK 500 3.0T DIESEL ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร พัฒนาขึ้นใหม่ ให้กำลังสูงสุด 170 kW หรือประมาณ 231 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด
ตัวเลข 620 นิวตันเมตรถือว่าน่าสนใจมากสำหรับตลาด PPV เพราะเปลี่ยนบุคลิก TANK 500 จากรถใหญ่ที่เน้นความหรู มาเป็นรถที่มีแรงดึงในรอบต่ำมากพอสำหรับการบรรทุก การเดินทางไกล การขึ้นทางชัน หรือการลากจูง โดยสเปกตลาดออสเตรเลียระบุความสามารถลากจูงแบบมีเบรกสูงสุด 3,500 กิโลกรัม และอัตราสิ้นเปลืองรวมที่ผู้ผลิตเคลมไว้ประมาณ 7.1 ลิตร/100 กม. หรือราว 14 กม./ลิตร ซึ่งตัวเลขสำหรับรถไทยต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
เมื่อเทียบกับ TANK 500 Diesel รุ่น 2.4 ลิตรที่จำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบัน การขยับมาเป็น 3.0 ลิตรจึงไม่ได้มีความหมายแค่ความจุเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น แต่คือการเพิ่ม “แรงสำรอง” ให้เหมาะกับขนาดและน้ำหนักตัวรถมากขึ้น ขณะที่ TANK 500 Diesel รุ่นปัจจุบันยังมีจุดขายเรื่องระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบล็อกเฟืองขับหน้าและหลัง รวมถึงความสามารถไต่ทางชัน 35 องศา
จุดเด่น!
หากสเปกไทยใกล้เคียงตลาดต่างประเทศ จุดสำคัญของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL จะอยู่ที่เครื่องยนต์ 231 PS / 620 Nm, เกียร์ 9AT, ระบบ 4WD และความสามารถลากจูง 3.5 ตัน ขณะที่รุ่นท็อปในตลาดออสเตรเลียมีถึงระบบล็อกดิฟเฟอเรนเชียลหน้า-กลาง-หลัง ถังน้ำมันรวม 131 ลิตร รวมถึงอุปกรณ์หรูอย่างเบาะนวด หลังคาพาโนรามิก และพวงมาลัยอุ่น แต่รายละเอียดเหล่านี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะติดตั้งในรถสเปกไทยทั้งหมดหรือไม่ ต้องรอ GWM เปิดเผยวันที่ 21 สิงหาคม
ราคาไทย 1.7–1.9 ล้านบาท
TANK 500 Diesel 2.4T ในประเทศไทยปัจจุบันมีราคาเริ่มต้น 1,399,000 บาท ขณะที่ไลน์อัพมีตั้งแต่ Pro 2WD, Ultra 2WD, Ultra 4WD ไปจนถึง Black Warrior 2WD และ 4WD
จากโครงสร้างราคาดังกล่าว คู่แข่งมอเตอริ่งประเมินว่า หาก GWM ต้องการให้ 3.0T DIESEL เป็นรุ่นเรือธง แต่ยังรักษาจุดขาย “อุปกรณ์สูงในราคาที่แข่งขันได้” ราคาเปิดตัวมีโอกาสอยู่ประมาณ
1.699–1.899 ล้านบาท
โดยเฉพาะหากเป็นรุ่น 4WD อุปกรณ์เต็ม ราคาแถว 1.799 ล้านบาท จะเป็นจุดที่มีแรงกระแทกต่อตลาดสูงมาก ส่วนถ้าขึ้นไปใกล้ 1.9 ล้านบาท การแข่งขันจะเริ่มเข้าสู่โซน PPV ระดับท็อปอย่างจริงจัง
–KKM รายงาน / เหตุผลคือ คู่แข่งอย่าง Ford Everest ปัจจุบันมีราคา 1.669 ล้านบาทสำหรับ Sport 4×4, 1.779 ล้านบาทสำหรับ Platinum 2.0 4×4 และสูงถึง 2.294 ล้านบาทสำหรับ Platinum 3.0 V6 4WD
หาก NEW TANK 500 3.0T DIESEL เปิดต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทได้จริง GWM จะสร้างช่องว่างราคาเกือบครึ่งล้านบาทเมื่อเทียบกับ Everest V6 พร้อมยื่นข้อเสนอด้านแรงบิด 620 Nm และอุปกรณ์ระดับพรีเมียม ซึ่งจะทำให้การแข่งขันน่าสนใจมากขึ้นทันที
กลุ่มเป้าหมาย?
กลุ่มหลักของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL น่าจะไม่ใช่ลูกค้าที่มอง SUV ใช้งานในเมืองอย่างเดียว แต่จะเป็นคนที่ต้องการรถคันใหญ่ใช้งานจริง ได้แก่ เจ้าของธุรกิจ ครอบครัวที่เดินทางต่างจังหวัดบ่อย คนที่ลากเรือหรือเทรลเลอร์ ผู้ใช้รถ 4WD และกลุ่มที่กำลังพิจารณา Ford Everest, Toyota Fortuner หรือ SUV ดีเซลระดับพรีเมียม
อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือผู้ใช้ PPV รุ่นเดิมที่ต้องการ “ขยับระดับ” โดยไม่ต้องไปถึง SUV นำเข้าราคาสูง เพราะ TANK 500 ให้ภาพลักษณ์หรู ห้องโดยสารขนาดใหญ่ และอุปกรณ์มากกว่า PPV แบบดั้งเดิม แต่ยังคงเครื่องยนต์ดีเซลที่คุ้นเคยและเหมาะกับการเดินทางระยะไกล
–การเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL รอบนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มรุ่น แต่เป็นการทดสอบว่า GWM จะสามารถขยายฐานจากลูกค้าที่ซื้อด้วย “ความคุ้มค่า” ไปสู่ลูกค้าที่ซื้อด้วย “สมรรถนะและภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม” ได้มากแค่ไหน
ถ้า GWM ตั้งราคาได้ประมาณ 1.7–1.8 ล้านบาท พร้อมให้ระบบ 4WD และอุปกรณ์มาเต็ม เกมนี้จะกดดันคู่แข่งโดยตรง เพราะผู้ซื้อจะเริ่มถามง่ายๆ ว่า ในเงินเท่ากัน ระหว่าง PPV เครื่อง 2.0–2.8 ลิตรจากแบรนด์เดิม กับ SUV 3.0T ที่ให้ 231 PS / 620 Nm และอุปกรณ์ระดับสูงกว่า ใครให้ความคุ้มค่ามากกว่ากัน
