อีซูซุย้ำความมั่นใจใช้ B20 ทดสอบจริง 586.8 กม. ชูทางเลือกลดต้นทุน หนุนพลังงานไทย
อีซูซุเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นน้ำมันไบโอดีเซล B20 นำดีแมคซ์และมิว-เอ็กซ์ 10 คัน วิ่งกรุงเทพฯ–จันทบุรี ไป-กลับ 586.8 กิโลเมตร ระบุสมรรถนะไม่แตกต่างจาก B7 พร้อมใช้เครื่องมือวิเคราะห์เครื่องยนต์ยืนยันการทำงานในทริป ย้ำรถรุ่นที่รองรับและใช้งานตามข้อกำหนด ยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขรับประกันโรงงานครบถ้วน
ความมั่นใจของผู้ใช้รถดีเซลไม่ได้อยู่แค่ราคาหน้าปั๊ม แต่รวมถึงคำถามว่า เติมแล้วรถวิ่งเป็นอย่างไร ต้องดูแลเพิ่มแค่ไหน และกระทบการรับประกันหรือไม่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จึงจัดกิจกรรม “Isuzu B20 Press Trip” ให้สื่อมวลชนสายยานยนต์ร่วมทดสอบรถที่ใช้น้ำมัน B20 ตลอดเส้นทาง พร้อมนำเสนอข้อมูลด้านวิศวกรรมและข้อกำหนดการใช้งาน เพื่อให้เจ้าของรถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจขึ้น
นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ระบุว่า อีซูซุให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก และเดินหน้าตามแนวคิด Isuzu Trusted Buddy เพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยและการใช้พลังงานจากภาคการเกษตร โดยพัฒนาด้านวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีรถอีซูซุที่รองรับ B20 รวม 505 รุ่น ตามข้อมูลของบริษัท
วิ่งจริงกรุงเทพฯ–จันทบุรี เติม B20 ตลอดทริป
กิจกรรมใช้รถปิกอัพ ISUZU D-MAX และรถอเนกประสงค์ ISUZU MU-X รวม 10 คัน เริ่มจากกรุงเทพมหานคร ผ่านชลบุรีและระยอง มุ่งหน้าสู่หาดเจ้าหลาว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี รวมระยะทางไป-กลับ 586.8 กิโลเมตร
รถทุกคันเติม B20 เต็มถังก่อนเดินทาง โดยดีแมคซ์มีความจุถัง 76 ลิตร และมิว-เอ็กซ์ 80 ลิตร อีซูซุระบุว่า ผลการขับขี่ในกิจกรรมมีสมรรถนะไม่แตกต่างจากการใช้ B7 และในข้อมูลคำถาม–คำตอบของบริษัท ระบุว่าอัตราการประหยัดน้ำมันไม่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้แสดงตัวเลขกิโลเมตรต่อลิตรแยกรายคัน จึงควรอ่านผลครั้งนี้ในฐานะข้อมูลการทดสอบที่อีซูซุรายงาน ไม่ใช่ตัวเลขรับรองอัตราสิ้นเปลืองสำหรับทุกสภาพการใช้งาน
เสริมความมั่นใจด้วย G-IDSS ตรวจการทำงานเครื่องยนต์
อีซูซุนำเครื่องมือเฉพาะ G-IDSS มาใช้ตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของเครื่องยนต์ เพื่อแสดงสถานะการทำงานขณะใช้น้ำมัน B20 โดยข้อมูลที่ตรวจสอบครอบคลุม 4 ส่วนหลัก ได้แก่
- แรงดันเชื้อเพลิงในท่อรางร่วม เปรียบเทียบค่าที่เกิดขึ้นจริงกับค่าที่ระบบต้องการ เพื่อประกอบการตรวจสอบการจ่ายเชื้อเพลิงและการกรอง
- การชดเชยเชื้อเพลิงทั้ง 4 กระบอกสูบ ตรวจดูการชดเชยการทำงานของหัวฉีดขณะเครื่องยนต์เดินเบา
- จังหวะและปริมาณการฉีดเชื้อเพลิง ตรวจสอบข้อมูลการทำงานของระบบหัวฉีด
- ค่าที่เกี่ยวข้องกับระบบ DPD เช่น ความดันส่วนต่างของไอเสีย สถานะการกักเก็บฝุ่นละออง และอุณหภูมิไอเสีย
ตามข้อมูลของอีซูซุ การตรวจด้วย G-IDSS ในกิจกรรมแสดงให้เห็นการทำงานของเครื่องยนต์ที่เป็นปกติเมื่อใช้ B20 ช่วยเพิ่มข้อมูลทางเทคนิคประกอบความรู้สึกจากการขับขี่จริง

ภาพประกอบ: ตัวอย่างหน้าจอและกราฟของ G-IDSS สำหรับตรวจสอบค่าการทำงานของเครื่องยนต์ ที่มา: บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
รถรุ่นไหนเติมได้ทันที รุ่นไหนต้องเตรียมก่อน
ความมั่นใจในการใช้ B20 ต้องเริ่มจากการตรวจสอบรุ่นรถให้ถูกต้อง เพราะรถที่รองรับแต่ละช่วงปีมีข้อกำหนดต่างกัน ตามตารางในเอกสารอีซูซุมีรายละเอียดดังนี้
ISUZU D-MAX
- ก่อนรุ่นปี 2012 มาตรฐานยูโร 1–3: ไม่รองรับ B20 ตามตารางของบริษัท
- รุ่นปี 2012–2024 มาตรฐานยูโร 3–4: ต้องเปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนใช้ B20 ตรวจสภาพท่อยางน้ำมันเชื้อเพลิงและเปลี่ยนหากจำเป็น ส่วนรถที่ไม่มีสติกเกอร์ดีเซล B20 ต้องเปลี่ยนท่อไหลกลับที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย ขณะที่รถที่มีสติกเกอร์ไม่ต้องเปลี่ยนท่อดังกล่าว
- รุ่นปี 2024 เป็นต้นไป มาตรฐานยูโร 5: ตารางระบุว่าสามารถใช้งาน B20 ได้ทันที

ภาพประกอบ: เงื่อนไขการใช้ B20 ของดีแมคซ์ แยกตามรุ่นปี มาตรฐานไอเสีย และสติกเกอร์ B20 ที่มา: บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
ISUZU MU-7 และ MU-X
- MU-7 มาตรฐานยูโร 3: ไม่รองรับ B20 ตามตารางของบริษัท
- MU-X รุ่นปี 2014–2024 มาตรฐานยูโร 4: ต้องเปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนใช้ B20 ตรวจสภาพท่อยางน้ำมันเชื้อเพลิงและเปลี่ยนหากจำเป็น โดยไม่ต้องเปลี่ยนท่อไหลกลับที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งกลุ่มที่มีและไม่มีสติกเกอร์ B20
- MU-X รุ่นปี 2025 เป็นต้นไป มาตรฐานยูโร 5: ตารางระบุว่าสามารถใช้งาน B20 ได้ทันที

ภาพประกอบ: เงื่อนไขการใช้ B20 ของมิว-เซเว่นและมิว-เอ็กซ์ ที่มา: บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
ปีรุ่นและมาตรฐานไอเสียจึงต้องพิจารณาควบคู่กัน โดยเฉพาะรถในช่วงเปลี่ยนมาตรฐาน เจ้าของรถควรให้ศูนย์บริการอีซูซุตรวจสอบรถคันจริงและรายการที่ต้องดำเนินการก่อนเปลี่ยนมาใช้ B20
รับประกันยังอยู่ครบ เมื่อใช้ตามข้อกำหนด
อีซูซุยืนยันว่า การใช้ B20 ในรถรุ่นที่กำหนดและเป็นไปตามมาตรฐาน ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิการรับประกันคุณภาพ โดยยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของโรงงานครบถ้วน
ผู้ใช้รถสามารถเข้าศูนย์บริการตามรอบปกติได้ แต่มีข้อแนะนำเรื่องกรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเอกสารระบุว่า หากใช้น้ำมันทั่วไปเปลี่ยนทุก 40,000 กิโลเมตร ส่วนผู้ใช้ B20 แนะนำให้เปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร ราคากรองที่ระบุในเอกสารอยู่ที่ 410 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับรถที่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนใช้ B20 จะมีค่าใช้จ่ายครั้งแรกตามรายการของรถแต่ละรุ่น เช่น กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อไหลกลับที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิง หรือท่อยางน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากนั้นเข้ารับบริการตามรอบ พร้อมปฏิบัติตามข้อแนะนำสำหรับการใช้ B20
ส่วนต่าง 5 บาทต่อลิตร ลดต้นทุนได้แค่ไหน
ข้อมูลประชาสัมพันธ์อ้างอิงราคา ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ว่า B20 ถูกกว่า B7 อยู่ 5 บาทต่อลิตร หากคำนวณจากส่วนต่างดังกล่าว การเติมน้ำมันทุก 60 ลิตรจะมีส่วนต่างค่าเชื้อเพลิง 300 บาท หรือทุก 100 ลิตร มีส่วนต่าง 500 บาท
ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณเปรียบเทียบที่ปริมาณน้ำมันเท่ากันตามราคาวันอ้างอิง ไม่ใช่ราคาปัจจุบันหรือเงินประหยัดสุทธิ เจ้าของรถต้องพิจารณาระยะทางใช้งาน อัตราสิ้นเปลืองจริง และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาประกอบด้วย
สำหรับผู้ใช้รถที่วิ่งสม่ำเสมอ โดยเฉพาะงานขนส่งและการประกอบอาชีพ ส่วนต่างค่าน้ำมันจึงเป็นประเด็นที่ควรนำมาคำนวณเป็นต้นทุนรายเดือน เมื่อรถรองรับและได้รับการดูแลตามข้อกำหนด
ใช้ให้เหมาะกับลักษณะการขับและการจอด
อีซูซุแนะนำให้ใช้น้ำมัน B20 ในถังให้หมดภายใน 1–2 เดือน และระบุว่าไม่เหมาะกับผู้ที่มักจอดรถทิ้งไว้นานเกิน 2 เดือน ส่วนพื้นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส มีโอกาสที่น้ำมันจะเกิดไขและอาจส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์
ด้านจุดเติม เอกสารระบุว่ามีสถานีบริการ B20 จำนวน 1,259 แห่ง โดยอ้างอิงกรมธุรกิจพลังงาน ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลตามเอกสารประชาสัมพันธ์ ผู้เดินทางควรตรวจสอบสถานีที่จำหน่ายในเส้นทางก่อนใช้งานจริง
เชื่อมต้นทุนผู้ใช้รถกับเกษตรกรและพลังงานประเทศ
อีซูซุชูการใช้ B20 เป็นอีกทางเลือกในการลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า สนับสนุนการใช้พลังงานจากภาคเกษตร และช่วยสร้างเสถียรภาพราคาปาล์ม ควบคู่กับแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
ด้านสิ่งแวดล้อม เอกสารระบุศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจก 20% โดยอ้างอิงองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และรายงานว่าขบวนรถทั้ง 10 คันในกิจกรรมนี้ช่วยลดการปล่อยได้รวม 215 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ เอกสารไม่ได้แจกแจงฐานเปรียบเทียบและวิธีคำนวณอย่างละเอียด ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลที่ผู้จัดกิจกรรมรายงาน ไม่ควรตีความว่าเป็นผลวัดจากปลายท่อที่ลดลง 20% ในรถทุกคัน
มุมมองคู่แข่งมอเตอริ่ง: จุดสำคัญของ B20 คือการทำให้ผู้ใช้รถเห็นทั้งโอกาสลดต้นทุนและวิธีใช้งานที่ถูกต้อง ข้อมูลการขับจริง การตรวจเครื่องยนต์ และเงื่อนไขรับประกันช่วยตอบข้อกังวลได้ชัดขึ้น แต่ความมั่นใจต้องเริ่มจากรถที่รองรับ เตรียมรถตามข้อกำหนด และดูแลให้เหมาะกับเชื้อเพลิง เมื่อครบเงื่อนไข B20 ก็เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนใช้ดีเซลที่ต้องการบริหารค่าใช้จ่าย พร้อมสนับสนุนพลังงานจากภาคเกษตรไทย
เรียบเรียง: คู่แข่งมอเตอริ่ง | ข้อมูลและภาพ: บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จากเอกสารกิจกรรม Isuzu B20 Press Trip