“Mitsubishi” เปิด All-New Pajero เจนฯ 5 ผลิตไทย! ลุยตลาดโลก!!!

( 02-09-2026 ) “PAJERO” คืนบัลลังก์! Mitsubishi เปิด All-New Pajero เจนฯ 5 ผลิตไทย ลุยตลาดโลก — เกมนี้ไม่ได้มาแค่ชน PPV แต่ขยับขึ้น Premium SUV

2 กันยายน 2569 – Mitsubishi Motors เปิดตัว “All-New Mitsubishi Pajero” ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ ปลุกชื่อระดับตำนานกลับคืนตลาดอีกครั้ง หลังเจเนอเรชัน 4 ทำตลาดมายาวนานเกือบ 20 ปี พร้อมยกระดับ Pajero จากรถออฟโรดพันธุ์แท้ สู่ Cross-Country SUV ระดับพรีเมียมเต็มตัว

-จุดสำคัญสำหรับตลาดไทยคือ All-New Pajero ผลิตที่ประเทศไทย และไทยจะเป็นตลาดแรกที่เปิดตัวและวางจำหน่าย ก่อนขยายไปญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และเตรียมบุกมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไปนี่จึงไม่ใช่แค่การ “คืนชีพ Pajero” แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า Mitsubishi กำลังนำชื่อ Pajero กลับมาเป็น Flagship ระดับโลก อีกครั้ง

44 ปี PAJERO — 4 เจเนอเรชัน 3.29 ล้านคัน

Pajero เปิดตัวครั้งแรกในปี 2525 และกลายเป็นหนึ่งในรถที่สร้างชื่อให้ Mitsubishi ในตลาด 4WD ทั่วโลก โดย Pajero ทั้ง 4 เจเนอเรชันมียอดผลิตสะสมมากกว่า 3.29 ล้านคัน และทำตลาดในกว่า 170 ประเทศ

-All-New Pajero รุ่นใหม่นำแนวคิดดั้งเดิมกลับมาครบ แต่เพิ่มมิติใหม่เป็น 3 แกนหลัก คือ Confidence – Comfort – Prestige หรือสมรรถนะที่มั่นใจ ความสบาย และความพรีเมียม เพื่อขยับตำแหน่งรถขึ้นไปเหนือกว่า SUV ที่เน้นการใช้งานทั่วไป

-ยังเป็น “ของจริง” — Ladder Frame + Super Select 4WD-II + S-AWC

จุดที่ Mitsubishi ไม่ยอมทิ้งคือ DNA ของ Pajero All-New Pajero ใช้โครงสร้าง Ladder Frame พร้อมระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD-II หรือ SS4-II ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อน Super-All Wheel Control – S-AWC ซึ่ง Mitsubishi นำมารวมอยู่ในรถคันเดียว

SS4-II เลือกระบบขับเคลื่อนได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H / 4H / 4HLc / 4LLc พร้อมระบบ Active Yaw Control – AYC และโหมดขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock นี่คือจุดที่ Pajero พยายามสร้างระยะห่างจาก PPV ทั่วไป เพราะ Mitsubishi ไม่ได้ขายเพียงคำว่า “4WD” แต่กำลังขายระบบควบคุมรถแบบบูรณาการ เพื่อให้รถคันใหญ่ขับบนถนนได้ง่าย ขณะเดียวกันยังรักษาความสามารถออฟโรดไว้เต็มตัว

-ดีเซล 2.4 ลิตร 480 นิวตันเมตร + 8AT ใหม่

หัวใจหลักเป็นเครื่องยนต์ Clean Diesel 2.4 ลิตร Single VGT ให้แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด 8AT รุ่นใหม่ พร้อม Sport Mode Mitsubishi ระบุว่าเน้นการตอบสนองตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงความเร็วสูง พร้อมปรับเรื่องความราบรื่นและเสียงรบกวน เพื่อให้บุคลิกของ Pajero ใหม่แตกต่างจากรถออฟโรดแบบดั้งเดิม และนี่อาจกลายเป็นทั้ง “จุดแข็ง” และ “โจทย์ใหญ่” ของ Pajero ในตลาดไทย เพราะคู่แข่งบางรายกำลังเดินเกมด้วยเครื่องยนต์ที่ใหญ่และแรงกว่าอย่างชัดเจน

-เทียบคู่แข่งชัดๆ — PAJERO เจองานหนักตั้งแต่วันแรก

ตลาดที่ All-New Pajero ต้องเจอไม่ใช่ตลาดเดิมเมื่อ 20 ปีก่อน เพราะวันนี้มีทั้ง PPV ระดับบนและ SUV สายลุยที่พยายามขยับตัวเองขึ้น Premium Ford Everest ถือเป็นคู่แข่งสำคัญที่สุดรายหนึ่ง โดยรุ่น Platinum มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร และ V6 3.0 Turbo Diesel 4WD ขณะที่ Everest 3.0 V6 Platinum มีราคาปัจจุบันอยู่ประมาณ 2.294 ล้านบาท อีกด้านคือ Isuzu MU-X ที่ใช้ฐานลูกค้าดีเซลแข็งแกร่งในประเทศไทย รุ่นปี 2026 มีทั้ง 2.2 และ 3.0 ลิตร โดยรุ่น 3.0 RS 4WD ราคา 1.759 ล้านบาท แต่คู่แข่งที่น่าจับตาอย่างมากในเชิง “สเปกต่อราคา” คือ GWM TANK 500 3.0T DIESEL ที่เพิ่งเปิดเกมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 เทอร์โบ 231 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตันเมตร เกียร์ 9AT พร้อมระบบ 4WD และราคาเริ่มต้นเพียง 1.669 ล้านบาท โดยรุ่น 4WD ช่วง Early Bird เริ่ม 1.719 ล้านบาท

ดังนั้น หากวัดเฉพาะ “ตัวเลขเครื่องยนต์” Pajero 2.4 ลิตร 480 นิวตันเมตร จะไม่ได้เหนือคู่แข่งทั้งหมด โดยเฉพาะ TANK 500 3.0T ที่ดันแรงบิดขึ้นไปถึง 620 นิวตันเมตร หรือ Everest ที่มีทางเลือก V6 3.0 ลิตร

Mitsubishi เน้นด้วยภาพรวมของรถ ไม่ใช่แข่งกันที่ขนาดเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียวตัวใหญ่จริง 4.92 เมตร — 7 ที่นั่งเต็มรูปแบบ

All-New Pajero มีความยาว 4,920 มม. กว้าง 1,925 มม. สูง 1,910 มม. ฐานล้อ 2,870 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 230 มม.

มุมไต่ 30.4 องศา
มุมคร่อม 22.6 องศา
มุมจาก 25.8 องศา

พร้อมการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 52:48

ห้องโดยสารเป็น 3 แถว 7 ที่นั่ง โดย Mitsubishi ให้ความสำคัญกับแถว 3 มากขึ้น เบาะแถวสองเลื่อนได้ถึง 150 มม. มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 3 โซน และระบบระบายอากาศที่เบาะคู่หน้าและแถวสอง จึงเห็นชัดว่า Pajero ใหม่ไม่ได้ทำมาเป็น “รถลุย” อย่างเดียว แต่ต้องการจับลูกค้าครอบครัวระดับบนที่ใช้รถทุกวันด้วย

-ห้องโดยสารเล่นใหญ่ — จอคู่ 14.3 นิ้ว + Yamaha 12 ลำโพง

อีกจุดที่ Mitsubishi ยกระดับหนักคือภายใน แผงหน้าปัดใช้ Monolithic Display เชื่อมหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว 2 จอ พร้อมนำมาตรวัด 3 ช่องอันเป็นเอกลักษณ์ของ Pajero กลับมาตีความใหม่ในรูปแบบ Multi Meter

ระบบเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ใช้ลำโพง 12 ตำแหน่ง แอมพลิฟายเออร์ 2 ชุด พร้อมระบบชดเชยเสียงรบกวนตามความเร็วรถ ขณะที่กระจก Acoustic Glass ถูกนำมาใช้ทั้งกระจกหน้าและกระจกประตูหน้า-หลัง เพื่อลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร
ตรงนี้คือสัญญาณชัดว่า Mitsubishi ต้องการให้ Pajero ขยับพ้นคำว่า PPV ไปอยู่ในพื้นที่ของ Premium Cross-Country SUV

ADAS จัดเต็ม + MI-PILOT

ระบบความปลอดภัยเพิ่มทั้ง FCM, PFCW, Emergency Assist for Pedal Misapplication, Emergency Lane Assist, Front Cross Traffic Alert รวมถึง MI-PILOT ที่ทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control และ Lane Keep Assist

พร้อมถุงลม 8 ตำแหน่ง และกล้องรอบคันแบบ 3 มิติที่สามารถแสดงภาพใต้ท้องรถด้านหน้า ช่วยในการขับออฟโรด

PAJERO ต้องขาย “แบรนด์ + ระบบขับเคลื่อน + ความพรีเมียม”

ถ้ามองตลาดไทยแบบตรงไปตรงมา All-New Pajero จะเจอคู่แข่งอย่างน้อย 3 แนว Everest แข็งเรื่องสมรรถนะ เทคโนโลยี และมี V6 3.0 เป็นหัวหอก MU-X แข็งเรื่องฐานลูกค้า ความเชื่อมั่นเครื่องยนต์ดีเซล ศูนย์บริการ และราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า TANK 500 3.0T กำลังใช้ยุทธศาสตร์ “เครื่องใหญ่–แรงบิดสูง–อุปกรณ์แน่น–ราคากดต่ำ” เข้ามาเขย่าตลาดโดยตรง ดังนั้นอาวุธของ Pajero ต้องเป็นสิ่งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยากกว่า นั่นคือ ชื่อ Pajero, ประวัติศาสตร์ 4WD, SS4-II + S-AWC, ความสามารถออฟโรดจริง และการยกระดับคุณภาพภายในให้สมกับคำว่า Flagship

-ราคาไทยคือ “ตัวตัดสินเกม”

Mitsubishi ยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่ายประเทศไทยในเอกสารเปิดตัวครั้งนี้ ดังนั้นจุดสำคัญที่สุดหลัง World Premiere คือ ราคา

คู่แข่งระดับบนในตลาดปัจจุบันมีช่วงราคากว้างมาก ตั้งแต่ MU-X 4WD ระดับประมาณ 1.6–1.7 ล้านบาท, TANK 500 3.0T 4WD ช่วงประมาณ 1.7 ล้านบาท ไปจนถึง Everest Platinum V6 ที่ทะลุ 2.2 ล้านบาทแล้ว

-หาก Mitsubishi ต้องการสร้างยอดขาย ไม่ใช่เพียงสร้างภาพลักษณ์ ราคา All-New Pajero จะต้องวางอย่างระมัดระวังมากถ้าเปิดใกล้ 1.7–1.9 ล้านบาท จะกระแทกตลาด Premium PPV อย่างแรง เพราะชื่อ Pajero มีน้ำหนักพอที่จะดึงลูกค้าจาก Everest, MU-X และ TANK 500 ได้ แต่หากรุ่นท็อปขยับขึ้นเกิน 2 ล้านบาทมากเกินไป เกมจะเปลี่ยนทันที เพราะลูกค้าจะเริ่มนำไปเปรียบเทียบกับ SUV พรีเมียมและ Everest V6 มากขึ้น ขณะที่ TANK 500 จะได้เปรียบเรื่อง “สเปกต่อราคา” อย่างชัดเจนทั้งนี้ ช่วงราคาดังกล่าวเป็น การวิเคราะห์ของคู่แข่งมอเตอริ่ง ไม่ใช่ราคาที่ Mitsubishi ประกาศ

KKM รายงาน: 

All-New Pajero กลับมาครั้งนี้ “เอาจริง”

ไม่ใช่การนำ Pajero Sport มาขยายร่าง ไม่ใช่การขายชื่อเก่าเพียงอย่างเดียว แต่ Mitsubishi กำลังสร้าง Flagship ใหม่ ด้วย Ladder Frame, SS4-II, S-AWC, ดีเซล 2.4 ลิตร 480 นิวตันเมตร, เกียร์ 8AT, 7 ที่นั่ง และห้องโดยสารที่พยายามก้าวขึ้นระดับ Premium ที่สำคัญที่สุดคือ ผลิตในประเทศไทย ไทยขายเป็นประเทศแรก และจากไทยจะส่งออกไปมากกว่า 100 ประเทศ เกมนี้จึงใหญ่กว่าการเปิดรถใหม่หนึ่งรุ่น เพราะ Pajero กำลังถูกใช้เป็น “หัวหอก” ในการสร้างภาพลักษณ์ Mitsubishi ยุคใหม่ แต่สนามประเทศไทยไม่ง่าย

Everest มี V6 — MU-X มีฐานลูกค้า — TANK 500 มี 620 นิวตันเมตรและราคาดุ ดังนั้นตัวชี้ขาดสุดท้ายเหลือคำเดียว…“ราคา” ถ้า Mitsubishi กล้าวางราคา Pajero ใหม่ให้ชน Premium PPV โดยตรง ตลาด SUV ดีเซล 7 ที่นั่งปลายปี 2569 มีโอกาส เดือดที่สุดในรอบหลายปี!

Previous Article

“TOYOTA” จับมือ “OR”

You might be interested in …

“อีซูซุ”แข่งขันทักษะการขายและบริการต่อเนื่อง

( 25-02-2026 ) “อีซูซุ” ย้ำความเชื่อมั่น ยกระดับคุณภาพบุคลากร ด้วยการแข่งขันทักษะการขายและบริการต่อเนื่อง พร้อมมอบ “ชุดรถยนต์เพื่อการศึกษา” ให้แก่สถานศึกษา 15 แห่งทั่วประเทศ มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท!!! […]