“ฮอนด้า” ประกาศ ยกเลิกการพัฒนา และทำตลาดรถยนต์ EV รุ่น Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX

( 13-03-2026 ) “ฮอนด้า” ประกาศ ยกเลิกการพัฒนา และการทำตลาดรถยนต์ EV ในรุ่น Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX ผลกระทบทางการเงิน และทบทวนแผนกลยุทธ์รถยนต์ EV พร้อมปรับแผนประมาณการผลประกอบการรวม และเผยทิศทางธุรกิจในอนาคต

(โตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น) บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศการตัดสินใจยกเลิกแผนการพัฒนา และการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 3 รุ่น ซึ่งเดิมมีแผนการผลิตในทวีปอเมริกาเหนือ หลังจากทบทวนแผนกลยุทธ์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน สืบเนื่องจากการตัดสินใจครั้งนี้ ฮอนด้า คาดว่าจะรับรู้ถึงผลกระทบทางการเงินในงบการเงินรวมสำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2569 นี้ รวมถึงปรับการประมาณการผลประกอบการรวมจากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า

การทบทวนกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้า และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ฮอนด้า ตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สำหรับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดภายในปี 2593 (Honda Target 2050) ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้บริษัทปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยเชื่อว่ายานยนต์ไฟฟ้าเป็นแนวทางสำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้า ได้เดินหน้าผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยฐานรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด ซึ่งพัฒนามาจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สั่งสมมายาวนาน รวมถึงธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงินที่มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าเริ่มลดลง โดยมีสาเหตุหลักมาจาก

  1. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริด
  2. การจัดสรรทรัพยากรไปสู่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ในตลาดเอเชียลดลง

นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของอุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยก่อนหน้านี้ ภายใต้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ ฮอนด้า ได้เดินหน้าผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยมองว่าการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนเป็นความรับผิดชอบที่ผู้ผลิตรถยนต์ในอนาคตต้องมี แต่ในปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกามีอัตราการเติบโตชะลอลง จากการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านพลังงานฟอสซิล รวมถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า

ขณะที่ตลาดจีน ความต้องการและคุณค่าที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเริ่มเปลี่ยนจากคุณสมบัติด้านกายภาพของรถยนต์ เช่น อัตราการประหยัดน้ำมันและพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ไปสู่คุณสมบัติด้านซอฟต์แวร์ที่สามารถพัฒนาและอัปเดตได้อย่างต่อเนื่องตามความต้องการของผู้ใช้งาน ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ ที่มีวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์สั้น และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยียานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software‑Defined Vehicle: SDV) รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ภายใต้สภาพการแข่งขันดังกล่าวนี้ ฮอนด้า จึงไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าเหนือกว่าผู้ผลิตรายใหม่ได้ ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันในตลาดลดลง

ธุรกิจยานยนต์ของฮอนด้า กำลังเผชิญความท้าทายอย่างมากในด้านผลประกอบการจากหลายปัจจัย ทั้งการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ รวมถึงกำไรของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริดที่ลดลง ซึ่งเกิดจากผลกระทบของนโยบายภาษีนำเข้าใหม่

ผลกระทบที่เกี่ยวข้องจากการทบทวนแผนกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้า

ฮอนด้า ได้พิจารณาถึงทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อปรับปรุงสถานการณ์ด้านผลประกอบการโดยเร็วที่สุด โดยได้ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนา และการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 3 รุ่น ซึ่งเดิมมีแผนการผลิตในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX โดยบริษัทฯ คาดว่า การเริ่มผลิตและจำหน่ายรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบัน ที่ความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่มากขึ้นในระยะยาว

 

จากการตัดสินใจดังกล่าว ฮอนด้า ได้ประเมินผลสืบเนื่อง ดังนี้

  1. ค่าใช้จ่ายจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน ทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง3 รุ่น
  2.  ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดจากการยุติการพัฒนาและการทำตลาดรถยนต์รุ่นดังกล่าว

นอกจากนี้ จากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในตลาดจีน ฮอนด้า ได้ทบทวนความสามารถในการก่อให้เกิดผลตอบแทนของเงินลงทุนในประเทศจีน ซึ่งบันทึกตามวิธีส่วนได้เสีย และคาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุน (Impairment loss on the investments) ดังกล่าว

จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ในส่วนของงบการเงินรวมสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน ฮอนด้า คาดว่าจะรับรู้

  1. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในช่วง820,000 ล้านเยน ถึง12 ล้านล้านเยน
  2. ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนที่บันทึกตามวิธีส่วนได้เสียในช่วง110,000 ล้านเยน ถึง 150,000 ล้านเยน

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะรับรู้ผลขาดทุนพิเศษในงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีงบประมาณเดียวกัน ในช่วง 340,000 ล้านเยน ถึง 570,000 ล้านเยน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการเบื้องต้น ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 และจะมีการสรุปตัวเลขสุดท้าย ในงบการเงินรวม และงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ ในปีงบประมาณถัดไปรวมถึงหลังจากนี้ ฮอนด้า อาจมีค่าใช้จ่ายหรือผลกระทบเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการทบทวนแผนกลยุทธ์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าว เมื่อรวมกับผลกระทบที่คาดว่าจะรับรู้ในปีงบประมาณปัจจุบัน คาดว่ามูลค่าผลกระทบรวมอาจสูงสุดไม่เกิน 2.5 ล้านล้านเยน ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการจากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน และยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างจากการประมาณการดังกล่าว อีกทั้งเพื่อรักษาเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ฮอนด้า ได้นำอัตรา DOE (Dividend on Equity) มาใช้เป็นตัวชี้วัดหลักในการจัดสรรผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ดังนั้น แม้จะมีการปรับประมาณการ ผลประกอบการรวมสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้ตัดสินใจไม่ปรับเปลี่ยน ประมาณการเงินปันผลต่อหุ้นสำหรับปีงบประมาณนี้

 ทิศทางในอนาคตของการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์

ฮอนด้า อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างกรอบกลยุทธ์ใหม่ พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สืบเนื่องจากการชะลอตัวของการเติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสหรัฐอเมริกา ฮอนด้า จะทบทวนการจัดสรรทรัพยากร และให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของรถยนต์ไฮบริดมากยิ่งขึ้น สำหรับกลยุทธ์ในระดับภูมิภาค นอกเหนือจากตลาดหลักอย่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ฮอนด้า จะเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่คาดว่าจะมีการขยายตัว รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการนำเสนอรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ (Honda Next-generation hybrid) รวมทั้งทบทวนการจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสม

นอกจากนี้ ฮอนด้า จะปรับโครงสร้างต้นทุนคงที่ให้เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าแผนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอย่างยืดหยุ่น โดยพิจารณาควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างความสามารถในการทำกำไรและแนวโน้มของตลาด

ทั้งนี้ แม้มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดค่าใช้จ่ายหรือผลขาดทุนเพิ่มเติมในปีงบประมาณถัดไป ฮอนด้า ยังคงมุ่งรักษาผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยมุ่งยกระดับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจยานยนต์ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ รวมถึงรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ ควบคู่กับการใช้ศักยภาพด้านรายได้และการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจรถจักรยานยนต์และธุรกิจบริการทางการเงิน

โดยฮอนด้า เตรียมเปิดเผยรายละเอียดการปรับทบทวนแผนกลยุทธ์ธุรกิจยานยนต์ระยะกลางถึงระยะยาว ในงานแถลงข่าวช่วงเดือนพฤษภาคมนี้

Previous Article

“GWM (Thailand) ครบรอบ 5 ปีในไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569”

Next Article

“GWM ORA 5” เปิดตัวครั้งแรกสู่ตลาดโลก!

You might be interested in …

“เปิดฉาก…!!! “ MOTOR EXPO 2022

( 02-12-2022 ) “ไปกัน…!!! “ MOTOR EXPO 2022 ชมเทคโนโลยีอนาคต รถต้นแบบ รถใหม่ล่าสุด ตรึม…ทั้งงาน !!!  “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ […]

“เอช เซม”  ปลื้ม ยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพุ่งปรี๊ด..!!!

( 26-04-2022 ) “เอช เซม”  ปลื้ม ยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพุ่งปรี๊ด..ทะลุกว่า 4 เท่า  ปิดไตรมาสแรกปีเสืออย่างสวยงาม ลูกค้าเลือกรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเอช เซม ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยแพ็กเกจเช่าควบการบริการที่คุ้มค่า ส่งให้ยอดจดทะเบียนทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด #HSEMMOTOR -คุณวันชัย […]

สรุปงาน “บางกอก มอเตอร์โชว์” ค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ยอดจอง ทะลุ 45,983 คันโตเพิ่ม 33%

( 03-04-2023 ) จบงาน “บางกอก มอเตอร์โชว์” ปีที่ 44 ค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์เผยยอดจอง ทะลุ 45,983 คัน เติบโตเพิ่ม 33% […]