ฟอร์ด แนะนำ “มัสแตง ใหม่”  เจเนอเรชันที่ 7

( 15-09-2022 ) “ฟอร์ด มัสแตง ใหม่”  เจเนอเรชันที่ 7 มาพร้อม 2 ขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์ EcoBoost 2.3 ลิตร และเครื่องยนต์ Coyote V8 ขนาด 5.0 ลิตรที่ทรงพลังที่สุดในฟอร์ด มัสแตง GT พร้อมกับฟีเจอร์ Remote Rev แม้อยู่นอกตัวรถก็เปิดเสียงคำรามของเครื่องยนต์ได้เพียงปลายนิ้วด้วยการสั่งงานผ่านกุญแจ และมีเบรกหักเลี้ยวไฟฟ้า (Electronic Drift Brake) รุ่นใหม่ สำหรับมือใหม่หัดดริฟท์ !!! หน้าปัดดิจิทัล เครื่องบินรบ 12.4 นิ้ว ขนาดใหญ่ 2 จอ พร้อมการอัปเดตข้อมูลบนตัวเครื่อง  และผู้ขับขี่ยังเลือกให้แผงควบคุมดิจิทัลแสดงผลได้แบบไร้รอยต่อ เชื่อมการทำงานกับหน้าจอ SYNC4 ขนาด 13.2 นิ้ว ตรงกลางคอนโซล เสมือนค็อกพิตนักบิน เปิดขายจริงปีหน้า 2566 โดยผลิตจากโรงงานแฟล็ต ร็อค แอสเซมบลี ในเมืองแฟลตร็อค มลรัฐมิชิแกน และประกาศพร้อมลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้า

-ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ มาพร้อมสีตัวถัง 12 เฉดสี โดยเป็นสีใหม่ 2 สี คือ สีน้ำเงิน เวเปอร์ บลู และสีเหลือง เยลโล สแปลช พร้อมตกแต่งด้วยลายทางในสีและลวดลายใหม่ นอกจากนี้ ลูกค้ายังเลือกสีจานเบรก Brembo ได้ 3 สี คือ สีดำ สีแดง และสีน้ำเงิน แกร็บเบอร์ บลู รวมทั้งมีล้ออัลลอยรุ่นใหม่ล่าสุดให้เลือก ตั้งแต่ขนาดมาตรฐาน 17 นิ้วในรุ่นพื้นฐาน ไปจนถึงขนาด 19 นิ้วสำหรับฟอร์ด มัสแตง GT ซึ่งมีออปชันเปลี่ยนเป็นล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วได้

-สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ฟอร์ด มัสแตง นำเสนอฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดคือ Remote Rev ที่กดเร่งเครื่องยนต์จากปุ่มบนกุญแจรีโมตของรถได้

-ฟอร์ด มัสแตง รุ่นมาตรฐานมาพร้อมการตกแต่งภายในด้วยวัสดุผ้า และเบาะนั่งที่หุ้มด้วยผ้าทั้งหมด พร้อมออปชันเสริมเป็นเบาะแบบไวนิลหนังกลับ และมีเข็มขัดนิรภัยสีดำ ในขณะที่รุ่นพรีเมียมยกระดับขึ้นโดยใช้วัสดุหุ้มและการตกแต่งตัดขอบทั้งแผงหน้าปัดและบานประตูด้านใน

-บริเวณคอนโซลกลางยังมีแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และมีช่องเสียบ USB อยู่เหนือศีรษะ ซึ่งออกแบบมาให้ใช้กับกล้องวิดีโอติดรถยนต์ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวก โดยสายไฟไม่เกะกะในห้องโดยสาร

ระบบเสียงภายในของ B&O ที่ปรับแต่งเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ และมอบประสบการณ์ภายในห้องโดยสารที่เหนือระดับ ด้วยความบันเทิงจาก Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อฟังเพลงที่ชื่นชอบในระหว่างขับรถได้ และทั้ง 2 โปรแกรมยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียง SYNC4

 -ดีไซน์ภายนอก เพิ่มเหลี่ยมมุมที่ทันสมัยมากขึ้น กระจังหน้าด้านล่างแบบเส้นขนานอันเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด มัสแตง ขับเน้นความกว้างตัวถัง กระจังหน้าได้รับอิทธิพลจากรถรุ่นดั้งเดิมในช่วงทศวรรษที่ 1960 ไฟหน้า 2 แถบ หรือ ‘ไตรบาร์’ สะท้อนความคลาสสิกของมัสแตง  ส่วนแนวหลังคาที่โฉบเฉี่ยว และซุ้มล้อที่กว้าง รวมถึงท้ายที่สั้นลง สะท้อนแรงบันดาลใจจากการออกแบบมัสแตงตั้งแต่รุ่นแรก

-แนวหลังคายังได้รับการปรับปรุงเพื่อให้นักขับรถในสนามแข่งเข้าและออกจากรถได้โดยไม่ต้องถอดหมวกกันน็อค ท้ายรถติดไฟแบบ 3 แถบดีไซน์ใหม่ พร้อมดิฟฟิวเซอร์ที่ออกแบบใหม่เพื่อให้ลู่ลมกว่าเดิม

-ฟอร์ด มัสแตง แต่ละรุ่นยังมีดีไซน์ด้านหน้าเป็นเอกลักษณ์ โดยฟอร์ด มัสแตง GT จะแตกต่างจากรุ่น EcoBoost โดยมีช่องตะแกรงที่ใหญ่และดุดันมากกว่าเพื่อให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้น สะท้อนถึงขุมพลังและสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น ตัวรถยังได้รับการปรับแต่งด้านอากาศพลศาสตร์ให้ดีขึ้น โดยเพิ่มช่องระบายอากาศและลิ้นหน้าที่ออกแบบใหม่

-ฟอร์ด มัสแตง รุ่นเปิดประทุน ให้คุณเปิดหลังคาผ้าใบทั้งผืนเพื่อรับลมได้ง่ายๆ ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว  การออกแบบหลังคาให้กะทัดรัดและการใช้ระบบกันสะเทือนหลังแบบอิสระ ยังช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระในกระโปรงท้าย โดยสามารถใส่ถุงกอล์ฟได้สูงสุดถึง 2 ใบ

-โหมดการขับขี่ที่ปรับได้ถึง 6 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต โหมดถนนลื่น โหมดแข่งทางตรง (แดรก) โหมดแทร็ก และโหมดสุดท้ายที่บันทึกการตั้งค่าส่วนตัวได้ จากความสามารถในการปรับแต่งรูปแบบส่วนตัวได้ถึง 6 สไตล์

-ฟอร์ด มัสแตง ยังนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในเซ็กเมนต์ด้วย ‘ดริฟท์เบรกแบบไฟฟ้า’ ปลดล็อกความสามารถในการดริฟท์ของรถขับเคลื่อนล้อหลังด้วยการออกแบบเบรกมือที่มีทั้งรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยแบบเดียวกับเบรกมือแบบดั้งเดิม เพื่อเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับ Performance Pack ในฟอร์ด มัสแตงทุกรุ่น ซึ่งออกแบบมาสำหรับทั้งผู้ขับขี่มือใหม่ที่อยากเรียนรู้และพัฒนาทักษะการดริฟท์รถ และสำหรับผู้ขับขี่ที่ชำนาญด้วยระบบที่พร้อมสำหรับลงสนามแข่ง

-มีฟีเจอร์ Co-Pilot360 เจเนอเรชันใหม่ของฟอร์ด ซึ่งรวมถึงระบบจดจำป้ายจำกัดความเร็ว ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัจฉริยะพร้อมฟังก์ชันสำหรับการขับขี่ที่ต้องเบรกบ่อย ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางช่องทาง ระบบช่วยหักเลี้ยวเพื่อเลี่ยงการปะทะ และระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สำคัญคือ ระบบเลี่ยงการสะเทือนจากหลุมบนถนน หรือ Active Pothole Mitigation ซึ่งคอยตรวจสอบระบบกันสะเทือน ตัวถัง การบังคับเลี้ยว และการเบรกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับการตอบสนองของระบบกันสะเทือนให้สอดคล้องกัน

-เสริมการทำงานด้วย แอปพลิเคชัน FordPass ได้หลากหลายจากระยะไกลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น การสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ การล็อกและปลดล็อกประตู ตั้งเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ ระบุตำแหน่งของรถ และตรวจดูสภาพและสถานะของรถ นอกจากนี้ FordPass ยังบอกข้อมูลสำคัญอื่นๆ เกี่ยวกับรถ เช่น ระดับน้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเชื้อเพลิง ประวัติการเข้ารับบริการ และข้อมูลการรับประกัน

Previous Article

“กลุ่มตรีเพชร” ชวนน้องๆ มหา’ลัย ประกวดแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ

Next Article

GWM เปิดจองสิทธิ์เพื่อซื้อ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV

You might be interested in …